วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ยุคทองของการแสวงหาความรู้



        ผมชอบดูรายการเจาะใจมากเพราะว่าเราจะได้วิธีคิดใหม่ๆจากคนที่ทางรายการได้เชิญมาให้มาเป็นแขกรับเชิญ เพราะว่าทุกคนก็จะมีวิถีชีวิตเป็นของตัวเองและมักที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารแค่ในด้านที่ชีวิตของตัวเองอาศัยอยู่เท่านั้นเอง การได้ฟังคนในสังคมอื่นๆหรือว่าอาชีพอื่นๆ ก็จะทำให้เรานั้นนั้นสามารถที่จะมองโลกใบนี้ด้วยกรอบความคิดที่กว้างมากยิ่งขึ้นนั้นเอง และล่าสุดที่ผมดูรายการเจาะใจเป็นการดูย้อนหลังผ่านเว็บ ยูทูป แขกรับเชิญที่มาในรายการนั้นคือ ณอน เด็กหนุ่มที่สอนเรื่องของการใช้ชีวิต โดยวิธีการทำคลิปสั้นๆแล้วโพสลง ยูทูป และก็มีคนที่ติดตามและก็ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก  autorich
        เมื่อผมลองทบทวนความรู้เก่าของผมที่มีของโค้ชที่อายุยังไม่เยอะมากนักแต่ว่ามีชื่อเสียง ประกอบกับการค้นหาเพิ่มเติมจาก google ก็มีรายชื่อปรากฏขึ้นมาในใจหลายชื่อด้วยกัน อย่างเช่น ขุนเขา ด็อกเตอร์ป็อบ โปรเชน เป็นต้น ทุกคนที่กล่าวชื่อมาล้วนเป็นคนที่อายุยังน้อยๆอยู่ทั้งสิ้น แต่ว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถที่จะให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตกับคนอื่นๆได้เป็นอย่างดีและก็ได้รับความนิยม ด้วย อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนอายุน้อยนั้นสามารถที่จะก้าวขึ้นมาประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้  autorich
        หนึ่งในหลายๆปัจจัยที่ผมคิดว่าน่าจะมีส่วนอย่างมากเลยนั้นก็คือการที่ยุคนี้นั้นสามารถที่จะหาความรู้ได้อย่างง่ายดาย ในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่คนเก่งๆมากมายได้ออกมาถ่ายทอดความรู้ของพวกเขาเองให้กับคนอื่นๆ และก็มีคนจำนวนมากด้วยที่ออกมาถ่ายทอดความรู้ดีๆเหล่านั้น หรือในสื่อแบบออนไลน์ก็มีผู้คนมากมายให้เราสามารถติดตามความคิดของพวกเขาได้ หรือว่าบางคนไม่ชอบการเรียนรู้หรือว่าการถ่ายทอดแบบตัวหนังสือก็ยังสามารถถ่ายทอดเป็นคลิปวิดีโอได้อีกด้วย และคนที่รับข้อมูลก็สามารถเลือกรับเป็นแบบวิดีโอได้เช่นเดียวกัน เมื่อข้อมูลวิ่งผ่านไปผ่านมามากมายมหาศาล สิ่งที่ต้องตะนักของคนในยุคนี้นั้นก็คือการกรองข้อมูลเพราะว่าหากเราไปลงกับสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราและละก็เราก็จะลงไปแบบยาวๆเลยทีเดียวเพราะว่าสื่อหรือว่าข้อมูลแบบที่เราต้องการนั้นมันสามารถมีให้เราได้เลือกดูเลือกชมได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว เพราะว่ายุคนี้มันเป็นยุคของการวิ่งของข้อมูลข่าวสารแบบไร้พรมแดน ข้อมูลจากอีกซีกโลกสามารถไหลเข้ามาหาเราได้แค่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง แต่หากว่าเรานั้นเป็นคนที่เลือกรับแต่ข้อมูลดีๆเข้ามาในชีวิตแล้วละก็ๆจะทำให้เราสามารถหาข้อมูลดีได้ง่ายกว่าคนรุ่นก่อนมาก

#S7Content

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เมื่อโรงเรียนจะได้ใช้เครื่องอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชน



        เมื่อวันหน่วยงานต้นสังกัดของผมได้มีการจัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ครูในด้านของไอซีที เพื่อให้มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะสามารถใช้โปรแกรมและอุปกรณ์ที่หน่วยงานต้นสังกัดนั้นได้จัดสรรมาให้ได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น   giving forward
        โดยปรกตินั้นทุกโรงเรียนจะต้องมีการจัดการกับข้อมูลของเด็กนักเรียนอยู่เป็นประจำอยู่แล้วทั้งเด็กที่เข้าเรียนในระดับประถมเป็นครั้งแรกหรือว่าเด็กที่เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาเป็นครั้งแรก และเด็กที่ย้ายที่เรียนซึ่งประเภทหลังนี้แหละมากพอสมควร โดยหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนก็ได้พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาใช้งานเพื่อเป็นการจัดเก็บข้อมูลของเด็กให้เป็นปัจจุบัน แต่เดิมนั้นข้อมูลทุกอย่างจะทำการกรอกเข้าระบบด้วยการใช้มือกรอกล้วนโดยกระบวนการนั้นก็คือให้เด็กนั้นถ่ายเอกสารของบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของตัวเองและผู้ปกครองมาให้กับเจ้าหน้าที่ๆรับผิดชอบของโรงเรียน แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะนำข้อมูลที่ได้นั้นเข้ามากรอกในระบบทีละคนๆซึ่งเป็นอะไรที่น่าลำบากใจมากทุกๆปี หากว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงมากเท่าใดนักแต่หากว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่อย่างเช่นโรงเรียนมัธยมแล้วละก็เด็กเข้าเรียนครั้งละหลายร้อยคน ซึ่งในการกรอกนั้นก็จะใช้ความรู้ความสามารถในระดับหนึ่งดังนั้น คนที่ได้รับมอบหมายให้กรอกข้อมูลในลักษณะนี้นั้นก็คือ คนรุ่นใหม่ๆที่มีความรู้ความสามารถทางด้านไอทีนั้นเอง giving forward
        แต่ล่าสุดได้มีการประสานกันระหว่างหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนกับกรมการปกครองเพื่อให้โรงเรียนนั้นขอยืมเครื่องอ่านบัตรข้อมูลบัตรประชาชน ต่อไปเมื่อโปรแกรมการกรอกข้อมูลนักเรียนเสร็จสมบูรณ์แล้วละก็เราก็สามารถนำบัตรประชาชนของเด็กนักเรียนมาสอดเข้าที่เครื่อง smart cart reader ได้เลยในทันทีแล้วข้อมูลของเด็กคนนั้นก็จะไหลเข้าสู่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ได้อย่างอัตโนมัติ แต่ว่าตอนนี้รับแต่เครื่องไปก่อนเพราะว่าโปรแกรมยังไม่เสร็จ  แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการศึกษาของไทยเพราะว่าส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาทำให้การศึกษาของประเทศนั้นไม่ได้ก้าวหน้าไปได้เท่าที่ควรนั้นก็เพราะว่าอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอนนี่แหละยกตัวอย่างเช่นการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเด็กแต่ละปีต้องกรอกข้อมูลสองถึงสามครั้งโดยแต่ละโปรแกรมก็ไม่เหมือนกัน ทำให้ครูจะต้องเสียเวลาไปรีบทำงานอื่นๆเพราะว่าถ้าไม่ทำก็ต้องถูกโทรตามให้รีบส่งงาน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะไม่โทรมาที่ครูที่รับผิดชอบโดยตรงแต่จะโทรไปหา  ผอ  โรงเรียนซึ่งถ้าไม่รีบทำส่งก็อาจจะได้รับคำตำหนิจาก  ผอ  โรงเรียนได้ ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องทิ้งห้องเรียนบ่อยเพื่อไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการศึกษานักเรียนเลย

#S7Content

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไปซะ



        เราทุกคนต่างต้องมีกิจวัตรที่พวกเราจะต้องทำอยู่แล้วในทุกๆวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำหรือว่ากิจวัตรที่สองสามวันทำครั้งหนึ่งหรือแม้กระทั้งว่าเดือนหนึ่งทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างของผมก่อนก็แล้วกัน ตื่นเช้ามาผมก็จะเล่นกับลูก อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานสอนหนังสือเด็ก ตอนพักกลางวันก็กลับมาบ้านมากินข้าวที่บ้านแล้วก็ออกไปโรงเรียนอีกรอบ หลังจากเลิกงานผมก็กลับมาบ้านเล่นกลับลูก จนส่งลูกให้กลับยายเสร็จผมก็ออกกำลังกายนิดๆหน่อยพอเหงื่อออกแล้วก็มาอาบน้ำ นั่งสมาธิสิบห้านาที และอ่านหนังสือสามสิบนาที แล้วหลังจากนั้นก็กินข้าว และลงมือทำงานเสริมรายได้ของผม ทำไปเรื่อยๆถึงเวลาห้าทุ่มครึ่งผมก็เข้านอน ชีวิตผมเป็นอยู่อย่างนี้มานานพอสมควรแล้วแต่ว่าผมไม่ได้ทำตามนี้ทุกวันนะอาจจะมีบ้างสักเดือนละครั้งสองครั้งที่ทำงานแล้วเหนื่อยๆมากผมก็ไม่ทำอะไรกลับมาถึงบ้านแล้วก็นอนเลย 
        ในอดีตนั้นรูปแบบกิจวัตรประจำวันของผมไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนเช้าผมก็ตื่นมาเล่นกับลูกปรกติ แล้วก็ไปโรงเรียน กลับถึงบ้านเมื่อเล่นกับลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าว่าๆไม่มีอะไรที่เร่งด่วนผมก็จะเล่นเกมส์ฟุตบอลโดยการให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันคือการฝึกประสาทสัมผัสและก็การวางแผน หรือว่าคือวันศุกร์และเสาร์ผมจะต้องออกไปหาสังสรรค์กับเพื่อนๆ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันเป็นการสร้างมิตรภาพเอาไว้เผื่อว่าวันหนึ่งเราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนที่เราไปกินเหล้ากับเราอยู่ทุกวันนี้ก็ได้ ผมใช้รูปแบบชีวิตแบบนี้อยู่นานพอสมควรแต่ว่าชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หวังเอาไว้ ผมก็เลยมานั่งคิดว่าจริงแล้วอะไรกันแน่ที่จะทำให้เราประสบกับความสำเร็จได้ หลังจากที่ผมคิดได้ผมก็เลิกกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นนั้นก็คือการเล่นเกมส์หรือว่าการออกไปกินเหล้าหลังจากที่ผมเลิกทำสิ่งเหล่านี้ได้รู้ไหมครับว่าอะไรที่เปลี่ยนไปสำหรับตัวผมนั้นก็คือ เวลาที่ผมมีมากขึ้นครับ ผมใช้เวลาตรงนี้มาแบ่งในการรักษาสุขภาพโดยการออกกำลังกาย การฝึกสมาธิและการศึกษาและลงมือทำงานพิเศษ ผมใช้เวลาไม่นานผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นกับผมๆเริ่มมีรายได้จากกิจกรรมที่ผมนั้นลงแรงไป ผมเลยได้วิธีคิดแบบหนึ่งครับนั้นก็คือหากเราอยากได้ปลาเราต้องลงไปจับปลาเลยครับ ไม่ใช่ว่าไปวิ่งหาเครื่องมือดีที่จะทำให้ได้ปลาเยอะ ถ้าคุณนั้นนั่งรอแต่เครื่องมือที่ดีที่สุดแล้วละก็คุณไม่มีทางที่จะได้ปลาหรอกครับ แต่หากว่าเรานั้นลงมือจับปลาเลยครั้งต่อไปเราก็อาจจะหาวิธีการที่มันดีกว่าวิธีเดิมที่เราทำอยู่ที่มันเหมาะกับตัวเรา เราก็จะกลายเป็นคนที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆได้ครับ

#s7content