เมื่อวันหน่วยงานต้นสังกัดของผมได้มีการจัดอบรมเพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ครูในด้านของไอซีที
เพื่อให้มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะสามารถใช้โปรแกรมและอุปกรณ์ที่หน่วยงานต้นสังกัดนั้นได้จัดสรรมาให้ได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น
giving forward
โดยปรกตินั้นทุกโรงเรียนจะต้องมีการจัดการกับข้อมูลของเด็กนักเรียนอยู่เป็นประจำอยู่แล้วทั้งเด็กที่เข้าเรียนในระดับประถมเป็นครั้งแรกหรือว่าเด็กที่เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาเป็นครั้งแรก
และเด็กที่ย้ายที่เรียนซึ่งประเภทหลังนี้แหละมากพอสมควร
โดยหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนก็ได้พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาใช้งานเพื่อเป็นการจัดเก็บข้อมูลของเด็กให้เป็นปัจจุบัน
แต่เดิมนั้นข้อมูลทุกอย่างจะทำการกรอกเข้าระบบด้วยการใช้มือกรอกล้วนโดยกระบวนการนั้นก็คือให้เด็กนั้นถ่ายเอกสารของบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของตัวเองและผู้ปกครองมาให้กับเจ้าหน้าที่ๆรับผิดชอบของโรงเรียน
แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะนำข้อมูลที่ได้นั้นเข้ามากรอกในระบบทีละคนๆซึ่งเป็นอะไรที่น่าลำบากใจมากทุกๆปี
หากว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงมากเท่าใดนักแต่หากว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่อย่างเช่นโรงเรียนมัธยมแล้วละก็เด็กเข้าเรียนครั้งละหลายร้อยคน
ซึ่งในการกรอกนั้นก็จะใช้ความรู้ความสามารถในระดับหนึ่งดังนั้น คนที่ได้รับมอบหมายให้กรอกข้อมูลในลักษณะนี้นั้นก็คือ
คนรุ่นใหม่ๆที่มีความรู้ความสามารถทางด้านไอทีนั้นเอง giving forward
แต่ล่าสุดได้มีการประสานกันระหว่างหน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนกับกรมการปกครองเพื่อให้โรงเรียนนั้นขอยืมเครื่องอ่านบัตรข้อมูลบัตรประชาชน
ต่อไปเมื่อโปรแกรมการกรอกข้อมูลนักเรียนเสร็จสมบูรณ์แล้วละก็เราก็สามารถนำบัตรประชาชนของเด็กนักเรียนมาสอดเข้าที่เครื่อง
smart cart
reader ได้เลยในทันทีแล้วข้อมูลของเด็กคนนั้นก็จะไหลเข้าสู่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ได้อย่างอัตโนมัติ
แต่ว่าตอนนี้รับแต่เครื่องไปก่อนเพราะว่าโปรแกรมยังไม่เสร็จ
แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการศึกษาของไทยเพราะว่าส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาทำให้การศึกษาของประเทศนั้นไม่ได้ก้าวหน้าไปได้เท่าที่ควรนั้นก็เพราะว่าอื่นๆที่ไม่ใช่งานสอนนี่แหละยกตัวอย่างเช่นการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเด็กแต่ละปีต้องกรอกข้อมูลสองถึงสามครั้งโดยแต่ละโปรแกรมก็ไม่เหมือนกัน
ทำให้ครูจะต้องเสียเวลาไปรีบทำงานอื่นๆเพราะว่าถ้าไม่ทำก็ต้องถูกโทรตามให้รีบส่งงาน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะไม่โทรมาที่ครูที่รับผิดชอบโดยตรงแต่จะโทรไปหา ผอ โรงเรียนซึ่งถ้าไม่รีบทำส่งก็อาจจะได้รับคำตำหนิจาก ผอ
โรงเรียนได้
ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องทิ้งห้องเรียนบ่อยเพื่อไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการศึกษานักเรียนเลย
#S7Content
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น